เกมฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม J ระหว่าง แอลจีเรีย กับ ออสเตรีย กลายเป็นหนึ่งในแมตช์ที่ดราม่าที่สุดของทัวร์นาเมนต์ หลังทั้งสองทีมเสมอกันสุดมัน 3-3 ที่แคนซัส ซิตี้ โดย ซาซา คาลายจ์ซิช โหม่งตีเสมอในนาที 96 ช่วยให้ออสเตรียรอดตายแบบเหลือเชื่อ พร้อมส่งทั้งสองชาติผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีม ท่ามกลางความผิดหวังของอิหร่านที่ต้องตกรอบอย่างเจ็บปวด ขอเชิญติดตามรายละเอียดไปกับ M88 เว็บแทงบอลโลก 2026 ที่ดีที่สุด
ออสเตรียออกนำก่อน แต่แอลจีเรียตอบโต้แบบไม่ยอมแพ้จนกลับมา
ออสเตรียเริ่มต้นเกมได้อย่างมั่นใจ และเป็นฝ่ายออกนำก่อนจากจังหวะที่ ดาวิด อลาบา วางบอลยาวอย่างแม่นยำให้ มาร์โก อาร์เนาโตวิช หลุดเข้าไปจบสกอร์ แม้จังหวะยิงจะไม่ได้สมบูรณ์แบบนัก แต่ก็เพียงพอให้บอลผ่านผู้รักษาประตูเข้าไป อย่างไรก็ตาม แอลจีเรียไม่ยอมปล่อยให้เกมหลุดมือ พวกเขาเริ่มเร่งจังหวะบุก ใช้ความคล่องตัวริมเส้น และตามตีเสมอได้ก่อนจบครึ่งแรกจาก ราฟิก เบลกาลี
มหากาพย์ท้ายเกมที่เปลี่ยนชะตาออสเตรียและอิหร่านในทันทีทันใด
ช่วงท้ายเกมกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อทั้งสองทีมดูเหมือนพอใจกับผลเสมอ 2-2 เพราะสกอร์ดังกล่าวเพียงพอต่อการเข้ารอบร่วมกัน ท่ามกลางการลุ้นระทึกของแฟนบอลที่ติดตามสถานการณ์ผ่านทาง M88 อย่างใกล้ชิด แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ฮุสเซม อาอูอาร์ จ่ายบอลทะลุช่องให้ ริยาด มาห์เรซ หลุดเข้าไปยิงอย่างเยือกเย็น แอลจีเรียแซงนำ 3-2 และทำให้ออสเตรียเหมือนกำลังตกรอบทันที ขณะที่อิหร่านซึ่งรอลุ้นผลอยู่เหมือนได้กลับมามีความหวังอีกครั้ง

คาลายจ์ซิชลงมาเปลี่ยนเกมและกลายเป็นฮีโร่ของออสเตรียทันที
ราล์ฟ รังนิก ตัดสินใจส่ง ซาซา คาลายจ์ซิช ลงสนามเป็นไพ่ใบสุดท้ายของออสเตรีย และการเปลี่ยนตัวครั้งนี้กลายเป็นการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดของเกม ในนาที 96 ออสเตรียเปิดบอลเข้าเขตโทษแบบไม่มีอะไรจะเสีย ไมเคิล เกรกอริตช์ โหม่งชงต่อให้ คาลายจ์ซิช โฉบเข้ามาโหม่งตุงตาข่าย พาออสเตรียตีเสมอ 3-3 พร้อมระเบิดความดีใจทั้งสนาม เพราะประตูนี้ช่วยชีวิตพวกเขาไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ
แอลจีเรียพิสูจน์สู้สุดใจ หลังโดนนำแล้วไล่ตีเสมอได้ทุกครั้ง
แม้สุดท้ายแอลจีเรียจะไม่ได้คว้าชัยชนะ แต่ผลงานในเกมนี้แสดงให้เห็นถึงหัวใจนักสู้ของทีมอย่างชัดเจน พวกเขาโดนนำถึงสองครั้ง แต่ยังสามารถกลับมาตีเสมอได้ทั้งสองครั้งจาก เบลกาลี และ มาห์เรซ ก่อนที่กัปตันคนสำคัญจะยิงประตูแซงนำในช่วงทดเวลาเจ็บ แอลจีเรียเล่นด้วยความกล้า กล้าครองบอล กล้าโจมตี และกล้าเสี่ยงในช่วงเวลาที่หลายทีมอาจเลือกปิดเกมเพื่อรักษาผลเสมอเท่านั้น
ประวัติศาสตร์ปี 1982 ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งในเกมสุดดราม่า
เกมนี้ยังถูกพูดถึงในแง่ประวัติศาสตร์ เพราะหลายคนย้อนนึกถึงฟุตบอลโลกปี 1982 ที่เยอรมนีตะวันตกชนะออสเตรีย 1-0 ในเกมที่ผลการแข่งขันส่งผลให้แอลจีเรียต้องตกรอบ เหตุการณ์นั้นถูกเรียกว่า “Disgrace of Gijon” และยังเป็นแผลลึกในความทรงจำของแฟนบอลแอลจีเรีย ครั้งนี้เหมือน มาห์เรซ กำลังเขียนบทล้างแค้นให้ชาติ แต่ประตูของ คาลายจ์ซิช ในนาทีสุดท้ายทำให้เรื่องราวพลิกไปอีกทาง
เส้นทางรอบต่อไปของออสเตรียและแอลจีเรียหลังเข้ารอบน็อกเอาต์
ผลเสมอ 3-3 ทำให้ออสเตรียจบอันดับสองของกลุ่ม J มี 4 คะแนน จากผลงานชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 1 และจะผ่านเข้าไปพบกับ สเปน ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ซึ่งถือเป็นงานหนักอย่างแท้จริง ส่วนแอลจีเรียผ่านเข้ารอบในฐานะทีมอันดับสามที่ดีที่สุดทีมหนึ่ง และจะพบกับ สวิตเซอร์แลนด์ ขณะที่ อาร์เจนตินา จบแชมป์กลุ่มแบบสมบูรณ์แบบ ส่วน จอร์แดน จบอันดับสุดท้ายของกลุ่ม
สรุปเกมสุดคลาสสิกที่แฟนบอลโลกจะจดจำอีกนานแน่นอนที่สุด
นี่คือเกมที่มีครบทุกอารมณ์ ทั้งความหวัง ความผิดหวัง ความกดดัน และการกลับมาจากปากเหว ออสเตรียเหมือนตกรอบไปแล้วเมื่อ มาห์เรซ ยิงให้แอลจีเรียแซงนำ แต่ฟุตบอลไม่เคยจบจนกว่านกหวีดสุดท้ายจะดังขึ้น ประตูของ คาลายจ์ซิช จึงไม่ใช่แค่ประตูตีเสมอ แต่คือประตูที่พาทีมรอดชีวิตในฟุตบอลโลก และทำให้แมตช์นี้กลายเป็นหนึ่งในเกมคลาสสิกของรอบแบ่งกลุ่มปี 2026 อย่างแท้จริง
